ฉบับสอนครบชุด ~45 คำสั่ง built-in + Permission 5 โหมด (shift+tab) + Pin โมเดล + Status line
/help
ดูคำสั่งทั้งหมด
นึกคำสั่งไม่ออก → พิมพ์ /help ดูเมนูรวมทั้งหมด
/status
ดูเวอร์ชัน โมเดล บัญชีที่ล็อกอิน
งงว่าทำไมช้า/แพง → เช็คว่าใช้ Opus หรือ Sonnet อยู่
/doctor
ตรวจสุขภาพการติดตั้ง
MCP ไม่ทำงาน ต่อเน็ตไม่ได้ → รัน /doctor หาจุดเสีย
/release-notes
ดูของใหม่ที่เพิ่งอัปเดต
อัปเวอร์ชันแล้ว → เช็คว่าฟีเจอร์อะไรมาใหม่
/powerup
บทเรียนฟีเจอร์แบบโต้ตอบ
อยากลองฟีเจอร์แบบ hands-on → เรียนรู้แบบ interactive
/clear
/new /reset
ล้างแชท เริ่มใหม่หมด
เปลี่ยนเรื่องคุย → /clear ก่อน กันมันจำเรื่องเก่าผิด + ประหยัดโทเคน
/compact
บีบอัดบทสนทนาให้สั้น (เก็บใจความ)
คุยยาวมาก เริ่มช้า → /compact ให้มันสรุปแล้วไปต่อ
/context
ดูว่าใช้ context ไปเท่าไหร่แล้ว
รู้สึกมันเริ่มลืม → เช็คว่าเต็มหรือยัง จะได้ /compact ทัน
/resume
/continue
กลับไปทำงานที่คุยค้างไว้
ปิดไปแล้ว → /resume เลือกแชทเดิมมาทำต่อ
/rewind
/undo /checkpoint
ย้อนกลับไปจุดก่อนหน้า
Claude แก้ผิดไฟล์ → /rewind ย้อนกลับจุดที่ยังดีอยู่
/export
บันทึกบทสนทนาเป็นไฟล์
คุยได้คำตอบดี → /export เก็บไว้เป็นเอกสาร/ส่งต่อ
/copy
คัดลอกคำตอบล่าสุด
อยากก็อปคำตอบไปวางที่อื่น → /copy ไว้ใน clipboard ทันที
/model
สลับโมเดล AI
งานคิดหนัก → สลับ Opus · งานง่าย → ใช้ Haiku ประหยัด
/effort
ตั้งระดับความคิดหนัก (low → max)
งานยากให้คิดมาก งานง่ายให้คิดน้อย → ปรับตามความซับซ้อน
/config
เปิดหน้าตั้งค่า (ธีม โมเดล ฯลฯ)
อยากเปลี่ยนธีมมืด-สว่าง → เข้า /config ปรับ
/permissions
/allowed-tools
ตั้งกฎว่าให้รันอะไรได้บ้าง
มันถาม npm ทุกครั้ง → /permissions อนุญาตถาวร ลดการกด yes
/vim
เปิดโหมดพิมพ์แบบ vim
ถนัด vim → เปิดไว้ใช้คีย์ลัดแบบเดิม พิมพ์เร็วขึ้น
/init
สร้างไฟล์ CLAUDE.md อธิบายโปรเจกต์
เริ่มใช้กับ repo ใหม่ → /init ให้มันสแกนแล้วเขียนคู่มือให้ตัวเอง
/memory
แก้ไฟล์ความจำถาวร
อยากให้จำสไตล์/กฎข้ามแชท → /memory เพิ่มกฎลงไป
/add-dir
เพิ่มโฟลเดอร์ให้เข้าถึงไฟล์
โค้ดอยู่คนละที่กับ config → /add-dir เพิ่มอีกโฟลเดอร์
/cd
ย้ายโฟลเดอร์ทำงาน
ต้องย้ายไปทำงานอีก directory → /cd เปลี่ยนระหว่างแชท
/plan
เข้าโหมดวางแผนก่อนลงมือ
งานใหญ่/ซับซ้อน → /plan ให้เสนอแผนก่อนอนุมัติ กันพลาด
/code-review
รีวิวโค้ดที่เพิ่งแก้ หาบั๊ก
แก้เสร็จก่อน commit → /code-review เช็ค edge case ที่ลืม
/security-review
ตรวจช่องโหว่ความปลอดภัย
ก่อนขึ้น production → /security-review หา injection/รั่ว/OWASP
/review
รีวิว Pull Request บน GitHub
มี PR รอ → /review ดูว่าปลอดภัยที่จะ merge ไหม
/diff
ดูความต่างของโค้ด
อยากเห็นว่าแก้อะไรไปบ้าง → /diff ดูก่อน commit
/mcp
จัดการ MCP server (เครื่องมือเสริม)
ต่อ Claude เข้ากับ Chrome/Drive/DB → /mcp เช็ค/รีคอนเนกต์
/agents
จัดการ subagent (ผู้ช่วยย่อย)
งานหลายด้านพร้อมกัน → /agents ตั้งผู้ช่วยเฉพาะเรื่อง
/hooks
ดู/ตั้ง automation อัตโนมัติ
อยากให้ทำอะไรอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ → /hooks ตั้ง trigger
/skills
ดู skill ที่มี
อยากรู้ว่ามี custom command อะไรบ้าง → /skills ดูลิสต์
/ide
เชื่อมกับ VS Code / JetBrains
ใช้ IDE เป็นหลัก → /ide ต่อให้ทำงานร่วมกัน
/plugin
จัดการปลั๊กอิน
ติดตั้ง/จัดการ plugin เสริม → /plugin ดู + เพิ่ม/ลบ
/loop
รันคำสั่งซ้ำเป็นรอบ
อยากให้ทำซ้ำ ๆ เช่น polling → /loop 5m /status
/background
แยกงานไปรันเบื้องหลัง
งานนานแต่ไม่อยากรอ → /background แล้วทำอย่างอื่นต่อ
/usage
/cost /stats
ดูยอดใช้งาน/ค่าใช้จ่าย
ใกล้สิ้นเดือน → /usage เช็คว่าใช้ไปกี่ % ของแพ็ก
/login
เข้าสู่ระบบ
เครื่องใหม่ หรือสลับบัญชี → /login เข้าบัญชีที่ต้องการ
/logout
ออกจากระบบ
จะเปลี่ยนบัญชี → /logout ก่อน แล้ว /login ใหม่
/feedback
/bug
รายงานปัญหา/ส่งความเห็น
เจอบั๊กหรือคำสั่งเพี้ยน → /bug ส่ง log ให้ทีม Anthropic
อ่าน/วิเคราะห์อย่างเดียว ไม่แก้ไฟล์ ไม่รัน จะเสนอแผนมาให้ดูก่อน
ใช้เมื่อ: งานใหญ่/production · กันพลาด · เหมาะมือใหม่ เสี่ยงต่ำสุด
ถามทุกครั้งก่อนแก้ไฟล์หรือรันคำสั่ง คุณกด yes/no เอง
ใช้เมื่อ: อยากคุมทุกก้าว · งานทั่วไปที่ยังไม่ไว้ใจ เสี่ยงต่ำ
อนุมัติแก้ไฟล์อัตโนมัติ แต่ยังถามก่อนรัน shell ที่เสี่ยง
ใช้เมื่อ: แก้โค้ดเยอะ ไว้ใจได้ แต่ยังคุมคำสั่งอันตราย เสี่ยงกลาง
อนุมัติเกือบทุกอย่างเอง รวมรันคำสั่ง ทำงานต่อเนื่อง ไม่ค่อยหยุดถาม
ใช้เมื่อ: งานไหลยาว เชื่อมือแล้ว อยากให้เดินเองจนจบ เสี่ยงสูง
ไม่ถามอะไรเลย อนุมัติทุกอย่าง รวมลบไฟล์/อันตราย เร็วสุดแต่เสี่ยงสุด
ใช้เมื่อ: มั่นใจจริง ๆ หรืออยู่ใน sandbox เท่านั้น · ไม่แนะนำกับมือใหม่ เสี่ยงสูงสุด
| โหมด | แก้ไฟล์เอง? | รันคำสั่งเอง? | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| Plan | ไม่ | ไม่ | ต่ำสุด |
| Default | ถามก่อน | ถามก่อน | ต่ำ |
| Accept edits | ใช่ | ถามก่อน | กลาง |
| Auto | ใช่ | ใช่ (เกือบหมด) | สูง |
| Bypass | ใช่ | ใช่ (ทั้งหมด) | สูงสุด |
/model เลือกได้ก็จริง แต่ค่าใน settings.json ชนะทุกครั้งตอน restart ถ้า pin ผิดที่จะรู้สึกว่า "มันดื้อ ไม่ยอมเปลี่ยน"
ช่วยตั้งค่าให้ Claude Code ใช้โมเดล Opus 4.6 (1M context) เป็นค่าเริ่มต้นถาวร ทำตามนี้เป๊ะ ห้ามแก้ไฟล์อื่น ห้ามลบอะไร:
1. สำรอง ~/.claude/settings.json เป็น settings.json.bak ก่อน (ถ้ายังไม่มีไฟล์ ให้สร้างใหม่เป็น {})
2. ตั้ง key "model" = "claude-opus-4-6[1m]" — มีแล้วแก้ค่า ยังไม่มีให้เพิ่ม คง key อื่นไว้
3. เช็คว่าไม่มี ~/.claude/settings.local.json ที่มี key "model" มาทับ ถ้ามีให้ลบเฉพาะ key นั้น
4. ทดสอบว่ายิงติด: claude --model 'claude-opus-4-6[1m]' -p "reply OK"
5. สรุปว่าตั้งที่ไฟล์ไหน ค่าเก่าคืออะไร และบอกให้ restart
ถ้าเทส error ว่าไม่มีโมเดลนี้ ให้เปลี่ยนเป็น "claude-opus-4-6" (ไม่มี [1m]) แล้วลองใหม่
python3 - <<'PY'
import json, os, shutil
f = os.path.expanduser("~/.claude/settings.json")
os.makedirs(os.path.dirname(f), exist_ok=True)
data = {}
if os.path.isfile(f):
shutil.copy2(f, f + ".bak") # สำรองก่อน
try: data = json.load(open(f))
except: data = {}
old = data.get("model", "(ยังไม่มี)")
data["model"] = "claude-opus-4-6[1m]" # <-- เปลี่ยนโมเดลตรงนี้
json.dump(data, open(f, "w"), indent=2, ensure_ascii=False)
print(f"pinned {f} : {old} -> {data['model']} (backup {f}.bak)")
PY
claude --model 'claude-opus-4-6[1m]' -p "reply OK" # ทดสอบว่ายิงติด
หลังตั้ง: ต้อง restart · เช็คด้วย /status · ถอยกลับ cp ~/.claude/settings.json.bak ~/.claude/settings.json
ตั้ง statusLine แบบ type:"command" → Claude Code ป้อน JSON เข้า stdin → เอาข้อความที่ print ไปแสดง แต่ละบรรทัด = 1 แถว
ก็อป claude-statusline-installer.sh ไปเครื่องอื่นแล้วรัน — ลง jq + เขียนสคริปต์ + ต่อ config + สำรอง .bak ครบในตัว
bash claude-statusline-installer.sh
ช่วยตั้ง status line หลายแถวให้ Claude Code ห้ามแตะไฟล์อื่น:
1. เช็ค/ลง jq ถ้ายังไม่มี
2. สร้าง ~/.claude/statusline.sh อ่าน JSON จาก stdin แล้ว print 4 แถว:
- แถว1: ชื่อโมเดล + ขนาด context + progress bar + % + tokens
- แถว2: "Current" = usage 5 ชม. + เวลารีเซ็ต
- แถว3: "Weekly" = usage 7 วัน
- แถว4: โฟลเดอร์ + git branch + * ถ้ามีไฟล์ค้าง
ใช้ jq ดึงค่า, bar ใช้ █/░ กว้าง 20, รองรับ date ทั้ง macOS และ Linux
3. chmod +x
4. เพิ่ม statusLine ใน ~/.claude/settings.json = {"type":"command","command":"bash ~/.claude/statusline.sh","padding":0}
5. บอกให้ restart
1. ลง jq — brew install jq (Mac) / sudo apt install jq (Linux)
2. วางสคริปต์ที่ ~/.claude/statusline.sh แล้ว chmod +x
3. ต่อ config:
{ "statusLine": { "type": "command", "command": "bash ~/.claude/statusline.sh", "padding": 0 } }
/terminal-setup
ตั้งคีย์ลัด terminal ให้ใช้งานง่ายขึ้น